เขาแข่งอะไรในโอลิมปิก

จบลงไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่สำหรับปักกิ่งเกมส์

มหกรรมกีฬาของมวลมนุษยชาติ 16 วัน ที่เรา

ลุ้นกีฬาที่ชื่นชอบ เชียร์นักกีฬาฮีโร่ทีมชาติไทย

สมหวังบ้างผิดหวังบ้าง แต่เราก็ได้มา 2

เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน นอกจากการแข่งขัน

ความสามารถ ศักยภาพของนักกีฬาแต่ละชาติ

ที่ทำให้เราสนุกตื่นเต้นแล้ว เราควรจะดูเขาแข่ง

อะไรกันอีกนะในโอลิมปิก

โอลิมปิกในปีนี้มีการทำลายสถิติกันมากมาย

ทั้งว่ายน้ำ ยกน้ำหนัก กรีฑา ตามที่

ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว เป็นการถ้าทายความเชื่อ

ในศักยภาพของมนุษย์ที่ไม่มีขีดจำกัด เช่น

วิ่งร้อยเมตร ไม่มีใครเชื่อว่าจะมีใครวิ่งได้เร็ว

กว่า 9.7 วินาที แต่ในปีนี้มีนักกีฬาจากจาไมก้า

ทำได้ 9.69 วินาที ศักยภาพของมนุษย์ยัง

สามารถพัฒนาได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้าผ่านการ

ฝึกซ้อมอย่างหนัก พร้อมตัวช่วยเรื่องอื่นๆ อีก

2-3 ประการ

ประการแรกก็คือวิทยาศาสตร์การกีฬา ไม่ว่าจะ

เป็นเทคโนโลยีทางด้านอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ

ที่ช่วยให้นักกีฬาได้ใช้ศักยภาพสูงขึ้น เช่น

รองเท้านักวิ่งที่ช่วยให้ทรงตัวและวิ่งได้เร็ว

แม้กระทั่งลู่วิ่งที่มีแรงสะท้อนกลับทำให้นักวิ่ง

ทะยานไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น ชุดว่ายน้ำรวมทั้ง

แว่นที่ลดแรงเสียดทานในน้ำ

นอกจากนี้ยังมีการวิจัยทางด้านชีวกลศาสตร์

หรือการศึกษาการเคลื่อนไหวของนักกีฬาด้วย

คอมพิวเตอร์เพื่อช่วยวิเคราะห์และปรับปรุง

การเคลื่อนไหวให้เพิ่มศักยภาพในการ

แข่งขันมากขึ้น แน่นอนว่าประเทศที่มีทุน

มาก สามารถลงทุนวิจัยและใช้เทคโนโลยี

เหล่านี้มากก็มีศักยภาพในการแข่งขันมากขึ้น

ประการที่ 2 ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นๆ ในการ

แข่งขันกีฬาทุกชนิด ก็คือจิตวิทยาการกีฬา

ที่ช่วยฝึกสภาพจิตใจนักกีฬาให้แข่งแกร่ง พอๆ

กับสมรรถนะร่างกาย นักกีฬาหลายๆคนมีฟอร์ม

ดี ทักษะเยี่ยม ฝึกซ้อมมาอย่างหนัก แต่เมื่อ

ถึงเวลาแข่งขันไม่สามารถควบคุมความตื่นเต้น

ก็มีโอกาสพ่ายแพ้ นักกีฬาสองคนถ้าฝีมือ

เท่าๆกัน ในเวลาที่แข่งขันจริง จะเป็นการ

แข่งขันเรื่องจิตใจ สมาธิ ใครมีสมาธิดี จิตใจ

แข็งแกร่ง จะสามารถดึงศักยภาพภายใน

ออกมาเพื่อเอาชนะได้ดีที่สุด

จิตวิทยาการกีฬาเป็นการฝึกที่ครอบคลุม เรื่อง

สมาธิ การควบคุมความตื่นเต้น แรงกดดัน

การยึดมั่นในเป้าหมาย ความภาคภูมิใจใน

ตัวเอง นักกีฬามวยทีมชาติไทย รวมทั้งเทควัน

โด ที่ประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ ล้วน

แล้วแต่มีการฝึกเรื่องนี้อย่างหนักครับ

ประการสุดท้ายที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุด

ก็คือความมุ่งมั่นไม่ท้อถอยของนักกีฬาเอง

เราเห็นนักกีฬาหลายคนที่เคยแพ้อย่าง

หมดรูปในครั้งก่อนๆ แต่มาครั้งนี้กลับได้

ชัยชนะอย่างงดงาม หรือบางคนได้ชัยชนะ

อย่างยิ่งใหญ่ในครั้งก่อน แต่ไม่สามารถ

รักษาจิตใจอันมุ่งมั่นได้อย่างต่อเนื่อง ก็พ่าย

แพ้ได้ในครั้งนี้

น้องเก๋ ประภาวดี ถ้ายอมแพ้จากการผิดหวัง

ที่ไม่ได้เข้าร่วมโอลิมปิกครั้งที่แล้ว และ

ท้อถอยเพราะอาการเจ็บจากการแข่งขัน

ชิงแชมป์โลก ก็คงไม่สามารถกลับมาได้

ชัยชนะอันน่าประทับใจในครั้งนี้

สมจิตร ถ้าถอดใจคิดว่าตัวเองแก่เกินไป

พอแล้วกับ 12 ปีในการรับใช้ชาติ ก็คงไม่

สามารถสร้างเกียรติประวัติให้กับประเทศ

ชาติและตัวเองอย่างยิ่งใหญ่และเป็นการ

แขวนนวมที่สวยงามด้วยการเป็นแชมป์

มาแล้วครบทุกรายการการแข่งขัน

การแข่งขันโอลิมปิกครั้งที่ 30 ที่อังกฤษ

ใน 4 ปีข้างหน้า จะเป็นการแข่งขันของ

นักกีฬาที่พลาดหวังในครั้งนี้ ที่จะยังคง

พัฒนาตัวเอง ยืนหยัด รักษาเป้าหมาย

มุ่งมั่นที่จะเอาชนะ ขอเอาใจช่วยน้องเอ

เพ็ญศิริ นักกีฬายกน้ำหนักอีกคนที่ผิดหวัง

ในครั้งนี้ แล้วยังเจอไฟไหม้ห้องพัก

และ สุนัขตายทั้งสองตัว เป็นเรื่องที่น่า

เสียใจ แต่มันก็เป็นแค่สิ่งที่เกิดขึ้น

ไม่ใช่เรื่องซวยอย่างที่คิดและไม่เกี่ยวกับ

ศักยภาพทางด้านกีฬาเลย วันนี้เสียใจ

กับเหตุการณ์ทั้งหมดได้แต่อย่ายอมแพ้

ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่กว่ายังรออยู่ข้างหน้า

Advertisements

6 Responses

  1. อยากให้ทุกคนได้อ่านคอลัมน์นี้จัง ทุกคนมีเป้าหมาย มีความหวัง แต่เราจะไปไม่ถึงไหนเลย หากรอคอยแต่โชควาสนา ทุกสิ่งทุกอย่างสำเร็จได้ ต้องเริ่มที่ตัวเราเองก่อน สู้ สู้ (ไม่ถอย)…

  2. นอกจากได้ดูว่านักกีฬาแข่งขันกันเองเพิ่งชิ่งความเป็นหนึ่งแล้ว เราก็ยังได้เห็นนักกีฬาอีกหลายๆคนที่แข่งกับตัวเอง เชกเช่น น้องเก๋ ที่แข่งยกน้ำหนัก โดยการเรียกน้ำหนักครั้งแรกก็ชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างสบายๆ เรียกน้ำหนักครั้งที่สองก็ไม่ได้เพื่อชนะใครแต่เพื่อชนะตัวเอง และทำลายสถิตที่ตัวเองเคยทำไว้ แต่อีกหลายๆคนก็ไม่ได้โชคดีเหมือนนอกเก๋ ทั้งๆที่เตรียมตัว ทุ่มเท ฝึกซ้อมมาอย่างดี พอไม่สมหวัง ผมเชื่อว่าก็ต้องมีท้อแท้บ้างที่ผิดหวัง “ท้อแท้ได้…แต่อย่าท้อถ้อย” ผมจะคิดอย่างนี้เสมอๆ

  3. ดูโอลิมปิคครั้งนี้แล้ว ต้องขอขอบคุณนักกีฬาคนที่เคยพลาดหรือแพ้ในการแข่งครั้งก่อนๆ แล้วยังมานะพยายามฝึกซ้อมด้วยความมุ่งมั่นอันยาวนาน 8 ปี 12 ปี คนธรรมดาคงจะล้มเลิกไปแล้ว แต่พวกเขายังคงสู้จนสามารถพิชิตความฝันเป็นผู้ชนะได้ในวันนี้ ดูรอยยิ้มของเขาตอนได้เหรียญแล้วรู้สึกขอบคุณที่เขาไม่ยอมแพ้ เพราะมันคือกำลังใจให้กับคนอื่นๆมหาศาล ดูแล้วเหมือนการแพ้หรือชนะในวันนี้มันเป็นเรื่องเดียวกัน ที่เชื่อมต่อกันเป็นวงกลมๆ แพ้วันนี้ก็คือจุดเริ่มต้นของชัยชนะในวันข้างหน้าได้ หากเราไม่ได้เลิกล้มมันไปเสียก่อน

  4. ชอบมากครับ
    แพ้วันนี้ก็ไม่ได้แปลว่าแพ้
    ชนะวันนี้ก็ไม่ได้แปลว่าชนะ
    แพ้วันนี้ก็คือชนะในวันข้างหน้าได้ครับ…
    ขอเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาและทุกๆคนครับ

  5. ผมว่าสุดท้ายก็ต้องแข่งinside outคือแข่งจิตใจที่เข้มแข็ง ตามสุภาษิต”ใจดีมีชัยเกินครึ่ง.” ดังนั้นผมว่าเราควรฝึกใจเป็นนักสู้ครับ

  6. ดูการแข่งขันในครั้งนี้ ประทับใจมากกก..กับ
    “สมจิตร จงจอหอ” ที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ แล้วก็สมใจ
    คนเรารู้สึก “ท้อ” ได้ แต่อย่า “ถอย” นะ
    ความสำเร็จอยู่แค่เอื้อม เท่านั้นเอง 🙂

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: