Creative Capitalism

ระบบทุนนิยมทำให้โลกของเราทุกวันนี้เจริญ

ขึ้นมาก แต่สิ่งที่ตามมากับความเจริญที่เราเห็น

ก็คือความเหลื่อมล้ำ ช่องว่าง ความแตกต่าง

ของสังคม คงไม่ผิดถ้าจะสรุปว่าระบบทุนนิยม

เป็นระบบเศรษฐกิจและการตลาดที่ดีที่สุดเมื่อ

เทียบกับระบบสังคมนิยมซึ่งเป็นอดีตไปแล้ว

แต่ระบบที่สร้างความเจริญอย่างยิ่งยวดนี้ก็คงมี

สิ่งผิดปกติที่ต้องได้รับการแก้ไข

ทุกวันนี้เรามีไฟฟ้าใช้อย่างสดวกสบาย

มี Internet มี LCD TV แต่ในอีกด้านของสังคม

ยังมีพื้นที่ในชนบทอีกมากมายที่ไฟฟ้ายังเข้า

ไปไม่ถึง เราเห็นคนร่ำรวย Dinner บนชั้น

ดาดฟ้าโรงแรมหรูมื้อละ 2 หมื่น แต่ในอีกด้าน

ของโลกยังมีเด็กอีกมากมายที่กำลังจะอดตาย

เรามีบริษัทผลิตยาที่ค้นคว้าวิจัยยาที่เกือบจะ

เป็นยาวิเศษรักษาได้ทุกโรค แต่ทุกวันนี้มีคน

มากมายตายไปเพราะโรคมาเลเรีย เพียง

เพราะว่าบริษัทผลิตยาเหล่านั้น ไม่สนใจที่จะ

ผลิตยารักษาโรคนี้เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายของ

ตลาดนี้ยากจนและไม่มีกำลังซื้อ

ระบบทุนนิยมสร้างความเจริญขึ้นมากมาย

พอๆกับที่สร้างให้คนเป็นอภิมหาเศรษฐี แต่ใน

ขณะเดียวกันก็ยังได้สร้างช่องว่างในด้านตรง

ข้าม ระบบทุนนิยมได้ให้สิทธิ์กับคนที่มีทุนเข้า

มาสร้างความร่ำรวย ในขณะที่มีคนอีกมหาศาล

ไม่มีปัญญาความสามารถและทุนที่จะเข้ามาอยู่

ในระบบได้ ความโลภยังเป็นปัจจัยที่ทำให้บาง

คนในระบบทุนกอบโกย แบบมือใครยาวสาวได้

สาวเอา ซึ่งยิ่งทำให้ช่องว่างยิ่งกว้างใหญ่และ

คนที่ไม่มีสิทธิ์ยิ่งถูกเบียดบังจนไม่มีที่อยู่ใน

สังคม

เมื่อ 200 กว่าปีก่อน อดัม สมิธ บิดาของระบบ

ทุนนิยมคงไม่ได้ตั้งใจที่จะให้มันผิดเพี้ยนไป

มากขนาดนี้ แต่ไม่ว่าปัญหาอะไรในโลกนี้ถ้ามัน

มากจนถึงจุดสูงสุด ก็จะต้องมีทางออกเสมอ

ในช่วงหลายๆปีที่ผ่านมา ผมได้เห็นเรื่องราว

ทฤษฎี ทางเศรษศาสตร์ใหม่ๆ ที่นัก

เศรษฐศาสตร์พยายามคิดออกมาเพื่อแก้ปัญหา

ความผิดเพี้ยนนี้ ไม่ว่าจะเป็น Compassionate

Capitalism หรือ เมตตาทุนนิยม เป็นระบบทุน

นิยมซึ่งใส่เมตตาธรรมที่ต้องให้กับสังคมไป

พร้อมๆกัน หรือจะเป็นเรื่องยอดฮิตตอนนี้ก็คือ

CSR หรือ Corporate Social Responsibility

ล้วนแล้วแต่เป็นแนวคิดดีๆที่จะทำให้ คนที่มี

อำนาจอยู่ในระบบทุนหันมาสนใจสังคม ตอบ

แทนคืนสู่สังคมด้วย

ล่าสุดอภิมหาเศรษฐีของโลกผู้ที่มีอำนาจอยู่ใน

ระบบทุนตัวจริงอย่าง Bill Gates หลังจากที่

ประสบความสำเร็จในระบบทุนอย่างมากมาย

ก็ได้เกษียณจาก MicroSoft และอุทิศตัวเอง

ในการรณรงค์ ระบบที่เป็นศัพท์ใหม่คือ

Creative Capitalism หรือ ทุนนิยมเชิง

สร้างสรรค์ ซึ่งเขาได้ปราศรัยกับนักศึกษาที่

ฮาร์วาร์ด รวมในการประชุม World Economic

Forum และปลุกเร้าให้หัวกระทิทั้งหลาย

ช่วยกันคั้นมันสมองมาช่วยกันแก้ปัญหาซึ่ง

ใหญ่ที่สุดในโลกคือความยากจนและการด้อย

โอกาสทางสังคมของคนส่วนใหญ่ของโลก

มากกว่าการที่จะสร้างความมั่งคั่งจากความ

ได้เปรียบแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา

Bill Gates ได้กล่าวว่าไม่ผิดอะไรที่องค์กรจะ

ทำกำไรอย่างมหาศาล และ ขยายธุรกิจอย่าง

มโหฬาร แต่การประสบความสำเร็จอย่างนั้นยัง

มีทางเลือกอีกด้านในการสร้างธุรกิจที่เป็นการ

ช่วยเหลือให้โอกาสกับคนที่ยากจนเหล่านั้นได้

มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

บริษัทผู้ผลิตยาน่าจะมีวิธีที่สร้างสรรค์ มี

เทคโลยีที่เหมาะสมในการผลิตยารักษาโรค

มาเลเรียให้กับคนที่ต้องการซึ่งส่วนใหญ่เป็นคน

ยากจนเป็นจำนวนมาก ในราคาที่เหมาะสม

และในปริมาณที่มหาศาลที่บริษัทยาเหล่านั้นจะ

ทำกำไรได้

บริษัทฯโทรศัพท์แห่งหนึ่งในเคนยาทำกำไร

มหาศาลกับตลาดที่เติบโตมากๆของคนด้อย

โอกาสด้วยการให้คนยากจนเหล่านั้นมีโอกาส

ในการใช้โทรศัพท์มือถือในราคาถูกและคิดค่า

โทรเป็นวินาที

อีกตัวอย่างที่หลายๆคนรู้ดีก็คือการเปิดธนาคาร

Grameen Bank ในบังคลาเทศของ

Muhammad Yunus ซึ่งปล่อยกู้ให้กับผู้หญิง

แม่บ้าน คนยากจนที่เดิมไม่มีโอกาสในการ

เข้าถึงทุน ได้มีโอกาสในการกู้เงินเล็กๆน้อย

เพื่อเริ่มต้นทำธุรกิจ ฟังดูไม่ค่อยมีอนาคตแต่

ปัจจุบันนี้ธนาคารมียอดการปล่อยกู้ ผลกำไร

และการเติบโตอย่างงดงาม

ผมได้อ่านเรื่องนี้จาก Time และเห็นว่าเป็น

เรื่องน่าสนใจ และน่ายกย่อง Bill Gates

ซึ่งเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในระดับ

สูงสุดในโลกทุนนิยม แต่ก็มองเห็น

จุดบกพร่องในระบบนี้ จนเป็นผู้จุดพลุ

ประเด็นนี้ให้เป็นที่น่าสนใจยิ่งขึ้น

Creative Capitalism คงเป็น Trend

ใหม่ในการทำธุรกิจที่ให้เราใช้ความคิด

สร้างสรรค์ในการสร้างตลาดใหม่ที่ถูก

ทอดทิ้ง เป็นการสร้างตลาดพร้อมกับ

สร้างสรรค์สังคมไปในตัว อันที่จริงก็เป็น

Blue Ocean อย่างหนึ่งเหมือนกัน แต่เป็น

Compassionate Blue Ocean

Advertisements

2 Responses

  1. เป็นการสร้างตลาดพร้อมกับ
    สร้างสรรค์สังคมไปในตัว
    ผมเห็นว่าสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนั้นทางบ้านเราที่เป็นชาวพุทธ หลายๆบริษัทก็ทำแบบนี้แต่เพียงไม่มีใครเห็นเพราะว่าเป็นบริษัทเล็กๆ และไม่ดังเท่าบิลเกต แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ตัวของพวกเราเองต่างหากเวลาเรามาทำงานเราได้แต่ทำงานหรือสร้างสังคมที่ดีไปด้วยหรือเปล่า เช่นหวังจะเอาชนะกันเพื่อได้ตำแหน่งเงินเดือนอย่างเดียวหรือเปล่าท้ายสุดเราก็ไม่ได้เพื่อน สังคมมันก็ไม่ดีขึ้น ผมว่าเราเริ่มที่ตัวเราเลยไม่ต้องรอรวยแบบบิลเกตุครับทำสังคมรอบข้างให้ดีด้วยการทำงานด้วยความสนุก และมีความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใสกับเพื่อนร่วมงานสังคมเราก็ดีได้ครับ

  2. เห็นด้วยครับ ซึ่งมันอาจจะทำให้บริษัทในประเทศไทยไม่ใหญ่โตเท่าต่างประเทศ แต่เราก็อยู่ร่วมกันได้นานๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: