Eugene O’Kelly (ยูจีน โอ’เคลลี่) เป็น CEO
หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ KPMG
บริษัทจัดการทางด้านบัญชีชั้นนำของประเทศ
สหรัฐอเมริกา ด้วยวัย 53 ปี ชีวิตของยูจีนกำลัง
ประสบความสำเร็จสูงสุดในอาชีพนักบริหาร
แต่ในเดือนพฤษภาคม ปี2005 โลกของยูจีน
ก็พลิก ชีวิตของเขาเปลี่ยนผ่านสู่สิ่งที่ไม่เคย
คาดคิดมาก่อน เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเขาป่วย
เป็นโรคมะเร็งในสมองขั้นสุดท้ายและจะมีอายุ
อยู่ไม่เกิน 100 วัน
เขาต้องอำลาจากตำแหน่ง จากบริษัท และจาก
งานที่เขารัก เพื่อใช้เวลาในช่วงสุดท้าย
เตรียมพร้อมในการรับมือกับโรคร้าย และ
ความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ด้วยสติ และ
เขียนบันทึกเป็นหนังสือ “ไล่ล่าแสงตะวัน” หรือ
“Chasing Daylight” เพื่อแบ่งปันประสบการณ์
ที่น่าประทับใจ ตั้งแต่วันที่ได้รับการวินิจฉัย
จนวันที่เขาจากไปในเดือนกันยายนในปีนั้น
เป็นบันทึกที่งดงาม น่าศึกษาสำหรับมนุษย์ทุกคน
ยูจีนบันทึกว่า วิธีที่เราจะตายเป็นหนึ่งในการ
ตัดสินใจที่สำคัญที่สุดที่จะทำได้ แต่คนส่วน
ใหญ่ก็มักเพิกเฉยที่จะทำ ทั้งๆที่เป็นสิ่งที่มีผลดี
กับทั้งตัวเราเองและคนข้างหลัง ไม่ว่าเราจะยัง
แข็งแรงอยู่ ไม่ว่าเราจะมีอายุ 50 ปี 40 ปี หรือ
แม้แต่ 30 ปี เราก็ควรลงมือเตรียมพร้อม
ยูจีน เริ่มต้นการเตรียมพร้อมด้วยการยอมรับ
กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาบันทึกว่าในที่สุด
ผู้บริหารที่ละเอียดยิบอย่างเขาก็ต้องปล่อยวาง
ทุกสิ่งให้เป็นไป เขาเรียนรู้ที่จะมีสติอยู่กับ
ปัจจุบันขณะ ชื่นชมกับสิ่งที่อยู่รอบๆตัว ในทุกๆ
วินาที ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เขาจะทำได้มาก่อน มันทำ
ให้เขารื่นรมย์ มีชั่วขณะที่สมบูรณ์แบบ
และวันอันสมบูรณ์แบบมากกว่าในอดีตที่ผ่าน
มา หรืออาจจะไม่มีเลยถ้าเขาไม่ได้ป่วยหนัก
แบบนี้
อีกสิ่งที่ยูจีนเตรียมก่อนจากไปก็คือการมี
ช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบกับคนรอบข้าง เขาจด
รายชื่อคนที่เขารู้จักรอบตัวได้ทั้งหมด 1,000
คน เขาใช้เวลาพิเศษกับคนเหล่านั้น บางคนนัด
รับประทานอาหาร บางคนนัดเดินเล่นใน
สวนสาธารณะ บางคนโทรศัพท์ และบางคน
เขียนจดหมาย แต่เขาจะบอกกับทุกๆคน
เหมือนกันว่าทุกคนมีค่าแค่ไหนกับชีวิตเขา
และสิ่งนี้ทำให้เขาจากไปอย่างสมบูรณ์ ไม่มี
อะไรค้างคาใจ ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงอีกต่อไป
ยังมีเรื่องราว มุมมองแง่คิดที่น่าศึกษาในบันทึก
ของเขาอีกมากมายที่ผมอยากจะแนะนำให้ทุก
คนได้อ่าน อย่างน้อยก็เพื่อเป็นข้อเตือนใจให้
เราได้คิดถึงการเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตของ
เราเองบ้าง
ผมเองได้เริ่มต้นอ่านหนังสือเล่มนี้ในช่วงที่พ่อ
กำลังป่วยหนัก และ ได้อ่านจบในช่วงที่จัดงาน
ศพให้ท่าน ผมคิดว่าอาจจะเป็นโชคดีหรือบุญ
ของพ่อก็ได้ที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ เพราะในช่วง
ที่ท่านป่วยอยู่ ชีวิตของท่านมีแต่ปัจจุบันขณะ
เท่านั้น ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต ในขณะที่ผมเอง
และครอบครัวเป็นทุกข์กับอาการที่ท่านเป็น แต่
ผมเชื่อว่าพ่อมีความสุขกับความว่างเปล่าของ
ชีวิตที่แท้จริงจนท่านจากไป สิ่งเดียวที่ท่าน
อาจจะไม่สามารถทำได้ก็คือการสั่งเสีย หรือ
การมีเวลาที่สมบูรณ์แบบ บอกลาคนรอบข้าง
และครอบครัวเหมือนที่ยูจีนทำ แต่พวกเราก็
พร้อมหน้าพร้อมตาในวันที่ท่านกำลังจะจากไป
และถ้าวิญญาณพ่อมีจริง ขอให้ท่านรู้ว่า
“ทั้งครอบครัวรู้ว่าพวกเรามีคุณค่ากับป๊าเพียงใด
และ พวกเราก็อยากให้ป๊ารู้ด้วยว่าป๊าก็มีค่า
สำหรับพวกเราเช่นเดียวกัน ความสำเร็จของ
พวกเราในทุกวันนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มีป๊า
ที่เป็นผู้สร้างเราขึ้นมา ถ้าผลงานของเราจะมีประโยชน์กับ
บริษัท กับสังคม ก็ขอยกเครดิตให้ป๊าทั้งหมด
เลย งานของป๊าสมบูรณ์แล้ว ไม่มีอะไรต้องเป็น
ห่วงอีกแล้ว ขอให้ป๊าหลับให้สบายบนสวรรค์นะ
ครับ”


[...] ซึ่งคุณ Gratunn บล็อกเกอร์คนนึงได้เคยเข… อย่างละเอียดดีแล้ว ว่างๆ [...]